บทความสุขภาพ

หลีกเลี่ยง 19 นิสัยเสีย ที่สามารถเติมความสุขในชีวิตของเราได้มีอะไรบ้าง ดังนี้

1. คิดย้ำ ๆ ในสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
คนที่อยู่ในโหมดศาลาคนเศร้ามักจะคิดย้อนไปถึงเรื่องที่เคยทำพลาดไปอยู่ตลอดเวลา และจะบอกตัวเองซ้ำๆ ว่า “รู้งี้ทำแบบนี้ดีกว่า” ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเรื่องมันแล้วไปแล้ว เอากลับมาคิดก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่ควรทำก็คือ ถ้ารู้ตัวว่าทำพลาดอะไรไป คราวหน้าก็อย่าผิดซ้ำอีก

2. ท้อแท้กับอุปสรรค
พลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราไม่ย่อท้อต่อเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งเมื่อไรที่พลังใจถดถอย เพียงแค่อุปสรรคนิดหน่อยก็พาลทำให้รู้สึกท้อแท้ขึ้นมาซะดื้อ ๆ เลย ใครที่มักเป็นแบบนี้ขอแนะนำว่า หาเวลาผ่อนคลายตัวเองดูสักนิด เมื่ออารมณ์ดีขึ้นแล้วก็จะมีพลังฮึดสู้อีกครั้ง

3. กดดันตัวเอง
การตั้งเป้าหมายในชีวิตเป็นเรื่องดี แต่ถ้ากดดันตัวเองมากเกินไปคุณก็จะใช้ชีวิตแบบเครียด ๆ ดังนั้นลองหันมาวางแผนระยะสั้นกับเรื่องเล็ก ๆ สักเรื่องหนึ่งก่อน เช่น ปีหน้าจะต้องมีเงินเก็บมากขึ้น หรือ ต้องเคลียร์หนี้สินให้หมดภายในสองปี เป็นต้น การวางแผนระยะสั้นแบบนี้เป็นการกระตุ้นให้คุณอยากพัฒนาตัวเองเพื่อทำให้สำเร็จ แทนการกดดันตัวเองว่าต้องทำให้ได้

4. ไม่เคยออกกำลังกาย
ไม่แปลกเลยถ้าคนที่มีเรื่องเครียดในชีวิตเยอะมักจะสุขภาพไม่ดีตามไปด้วย เพราะมัวเอาเวลาไปคิดมากนั่นเอง ทั้งที่ความจริงแล้วการออกกำลังกายก็ช่วยให้เราหายเครียดได้เหมือนกัน ดังนั้น หากวันไหนรู้สึกนอยด์ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นชิล ๆ ที่สวนสาธารณะดู อารมณ์จะได้ดีขึ้น

5. จมอยู่กับความผิดหวัง
เมื่อไรที่เรากล้าตั้งความหวัง เราก็ต้องยอมรับกับความผิดหวังให้ได้ด้วย และความผิดหวังนี่เองที่ทำให้คนจมอยู่กับความทุกข์มานักต่อนักแล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่เรากำลังคาดหวังกับอะไรอยู่ก็ขอให้คิดไว้เสมอด้วยว่า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

6. กินจุบจิบโดยไม่รู้ตัว
หลายคนเวลาเครียดมักจะหาอะไรกินแก้กลุ้มได้ทั้งวัน ซึ่งการกินนี่แหละที่จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาไม่รู้ตัวเลย พอรู้สึกอ้วนก็หงุดหงิดตัวเองอีก ดังนั้นถ้าวันไหนรู้สึกตัวว่ากำลังอยู่ในฟีลหม่นหมองจริง ๆ ขอแนะนำว่าให้เดินไปซื้อของที่มีประโยชน์มากินดู รสชาติความอร่อยนี่แหละจะทำให้เราสดใสขึ้น อีกทั้งเราก็ไม่ต้องห่วงว่าอ้วนด้วย

7. ไม่ยอมหลับยอมนอน
คนที่มีเรื่องในใจมักจะนอนไม่หลับในตอนกลางคืน พอตื่นเช้ามาก็รู้สึกเพลีย ตาจะปิดซะให้ได้ พาลทำให้หงุดหงิดอยากนอนตลอดทั้งวัน ดังนั้นไม่ว่าในแต่ละวันคุณจะมีเรื่องให้เครียดมากเท่าไร กลับถึงบ้านแล้วก็ขอให้พักเอาไว้ก่อน แล้วรีบไปอาบน้ำและเข้านอน เมื่อตื่นขึ้นในวันใหม่คุณอาจพบว่า เรื่องแย่ ๆ เมื่อวานก็ไม่เห็นจะน่าเครียดตรงไหน

8. คิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น
คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมั่นใจในข้อดีของตัวเอง และมักจะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ ใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่ขอแนะนำเลยว่าให้คิดว่าตัวเองก็มีดีไม่แพ้คนอื่นเหมือนกัน ซึ่งในข้อดีของเรา คนอื่นก็อาจไม่มีเช่นกัน

9. อินกับโลกโซเชียลมากไป
โซเชียลมีเดียช่วยสร้างความบันเทิงให้เราก็จริง แต่คงไม่บันเทิงแน่ๆ ถ้าเราดันไปพึ่งพาในเวลาที่ผิด โดยเฉพาะตอนอยู่ในอารมณ์เปราะบาง เพราะเมื่อเวลาเห็นโพสต์ของใครต่อใครเราก็จะเก็บเอามาคิดมากได้ทั้งนั้น ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีก็อยู่ให้ห่างจากโซเชียลมีเดียสักพักหนึ่งก่อนเถอะ

10. ไม่ยอมออกจาก Comfort Zone
‘Comfort Zone’ ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือความสบายใจนั่นเอง หลายคนเลือกที่จะอยู่กับสิ่งที่คุ้นเคยทั้งที่มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตขยับไปไหน เช่น ทำงานสบายแต่ได้เงินเดือนนิดเดียว ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นเงินเดือนสูงตามภาระหน้าที่ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะความกลัวไม่เคยทำให้ประสบความสำเร็จ

11. แคร์คนอื่นมากกว่าตัวเอง
คนบางคนก็กังวลมากเกินไปว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเรา ซึ่งจะต้องแคร์ทำไมในเมื่อเราไม่สามารถควบคุมความคิดใครได้ ดังนั้นหันมาแคร์ตัวเองดีกว่าว่าในแต่ละวันเรามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นมากพอแล้วหรือยัง

12. ชอบฟังเรื่องแย่ ๆ ของคนอื่น
แปลกแต่จริงที่เวลาเรารู้สึกเสียเซลฟ์กับเรื่องบางเรื่อง พอได้หยิบยกเรื่องแย่ๆ ของคนอื่นมาพูดกลับทำให้รู้สึกดีขึ้นมาเลย สาเหตุก็เป็นเพราะคุณกำลังรู้สึกได้เปรียบเมื่อรู้ว่ายังมีคนอื่นแย่กว่าคุณอีก ทางที่ดีควรหาความบันเทิงอื่นมาทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นจะดีกว่า เช่น ฟังเพลง ดูหนังเรื่องโปรด หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ เป็นต้น

13. ฝังตัวเองไว้กับงาน
เรื่องงานเป็นอะไรที่ควรเครียดก็จริง เพราะถ้าไม่มีงาน เราก็ไม่มีเงินใช่ไหมล่ะ แต่จะมีประโยชน์อะไร ถ้าต้องผูกติดกับงานจนไม่มีเวลาไปเติมเต็มชีวิตอีกหลายด้านที่รอให้เราเข้าไปเรียนรู้ ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่างานยุ่งจนปลีกตัวไปไหนไม่ได้ ลองจัดลำดับความสำคัญของงานซะใหม่ แล้วเคลียร์ให้ได้ตามลำดับ

14. ไม่อยากออกไปไหน
ถ้ากลุ่มเพื่อนสนิทชวนไปเที่ยวทีไรแต่คุณกลับบ่ายเบี่ยงไม่อยากไป หลายครั้งเข้าก็น่าคิดทีเดียวว่าคุณกำลังไม่แฮปปี้กับชีวิตอยู่หรือเปล่า เพราะอาการมันฟ้องว่าอยากคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว ทางที่ดีควรออกไปตามนัดบ้างเผื่อว่าเพื่อนอาจให้คำปรึกษาอะไรดีๆ ก็ได้

15. ไม่เคยตามใจตัวเอง
บางคนถึงขนาดต้องวางแผนความสุขให้ตัวเองกันเลยทีเดียวว่า เดือนนี้งดเที่ยวเพราะค่าใช้จ่ายเยอะแล้ว ซึ่งเราจะต้องจำกัดความสุขตัวเองทำไมว่าเดือนนี้ต้องสุขเท่านี้พอ สุขมากกว่านี้ไม่ได้ ดังนั้น หากค่าใช้จ่ายไม่ตึงจนเกินไปก็ออกไปให้รางวัลกับตัวเองบ้างอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เช่น ดูหนัง เสริมสวย ทำสปา ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว เป็นต้น

16. กลัวการเปลี่ยนแปลง
เวลาที่ชีวิตมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น หลายคนมักจะลังเลว่าเราตัดสินใจถูกทางไหมนะ ซึ่งความจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดีซะอีกที่จะทำให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ของชีวิต

17. ฝังใจกับเรื่องแย่ ๆ
ใครบางคนอาจมีเหตุการณ์จำฝังใจมาก่อน และยากที่จะลืมเลือน อาการแบบนี้ไม่ทำให้คุณมีความสุขในชีวิตแน่นอน ทางที่ดีคุณควรปล่อยวางบ้าง และให้อภัยกับคนที่เคยทำร้ายจิตใจคุณ เพียงแค่นี้ชีวิตก็สุขขึ้นแล้ว

18. ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ไม่มีเป้าหมาย
ดูเผินๆ เหมือนว่าชีวิตอย่างนี้จะมีความสุขดี ไม่ต้องกดดันให้ชีวิตประสบความสำเร็จเหมือนใครเขา แต่ความจริงแล้วอาการนี้กำลังฟ้องว่าชีวิตกำลังลุ่มๆ ดอนๆ มากกว่า เพราะถ้าเมื่อชีวิตลงตัวดีแล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องวางแผนชีวิตตัวเองกันทั้งนั้น

19. คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง
คนที่มีปัญหาในชีวิตมักมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว ไม่ค่อยหยิบยื่นอะไรให้ใครก่อน ส่วนหนึ่งเพราะคิดว่าการช่วยเหลือคนอื่นอาจจะนำความลำบากมาให้เราทีหลัง ซึ่งความจริงแล้วการหยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้อื่นบ้าง เราก็ไม่ขาดทุนหรอกน่า

หากเรื่องราวต่างๆ รอบตัวคุณในทุกวันนี้ทำให้ความสุขในชีวิตของเราลดลงกว่าที่เคยเป็น จนทำให้เราใช้ชีวิตแบบเครียดๆ ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากเรารู้เท่าทันอารมณ์แล้วว่ากำลังไม่มีความสุขกับชีวิต เราก็ขอแนะนำให้คุณไปพักผ่อนหย่อนใจบ้างนะคะ ชีวิตจะได้มีมุมสนุกๆ ไม่เครียด

ที่มา: เว็บไซต์ASTVผู้จัดการออนไลน์
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ — www.thaihealth.or.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *